![]() |
|
ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) เผยภาพจากการสำรวจพะยูนเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 หลังพบพะยูน 2 ตัวในสภาพสุขภาพดีบริเวณเกาะลิบง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลในพื้นที่ การสำรวจครั้งนี้ใช้เทคโนโลยีโดรนบินสำรวจในช่วงน้ำขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พะยูนมักเข้ามาหาหญ้าทะเลกินในบริเวณน้ำตื้น โดยทีมนักวิจัยได้ตรวจพบพะยูน 2 ตัว ได้แก่ 1 ตัวบริเวณเกาะมุกด์ทิศใต้ และอีก 1 ตัวบริเวณบ้านพร้าว เกาะลิบง นายจินดา ศรีสุพพัตพงษ์ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) เปิดเผยว่า การใช้โดรนในการสำรวจช่วยให้สามารถติดตามพะยูนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่รบกวนพฤติกรรมธรรมชาติของสัตว์ จากการประเมินผลการสำรวจ พบว่าพะยูนทั้ง 2 ตัวมีสุขภาพดี โดยมีคะแนนสภาพร่างกาย (Body Condition Score: BCS) อยู่ที่ 3/5 ทั้งคู่ ซึ่งอยู่ในระดับปกติ โดยพะยูนทั้ง 2 ตัวแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ ได้แก่ การหาอาหารและการพลิกตัว มีอัตราการหายใจอยู่ที่ 2-3 ครั้งต่อ 5 นาที ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีแสดงว่าสัตว์ไม่ได้รับความเครียดและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ การพบพะยูนในพื้นที่เกาะลิบงและเกาะมุกด์เป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่นี้ยังคงเป็นแหล่งอาศัยที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ทะเลหายากชนิดนี้ ซึ่งจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ระดับโลก พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่กินพืชเป็นอาหาร และมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทางทะเล การที่พะยูนสามารถมาหาอาหารในพื้นที่นี้ได้ชี้ให้เห็นว่าหญ้าทะเลและสิ่งแวดล้อมทางทะเลยังคงอุดมสมบูรณ์ ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) จะใช้ข้อมูลจากการสำรวจครั้งนี้ในการวางแผนการอนุรักษ์และการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของพะยูนต่อไป |
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้
คุกกี้ประเภทนี้ช่วยให้ สพร. ทราบถึงการปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในการใช้บริการเว็บไซต์ของ สพร. รวมถึงหน้าเพจหรือพื้นที่ใดของเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่น ๆ สพร. ยังใช้ข้อมูลนี้เพื่อการปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ และเพื่อเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานมากขึ้น ถึงแม้ว่า ข้อมูลที่คุกกี้นี้เก็บรวบรวมจะเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และนำมาใช้วิเคราะห์ทางสถิติเท่านั้น การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ สพร. ไม่สามารถทราบปริมาณผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ และไม่สามารถประเมินคุณภาพการให้บริการได้
คุกกี้ประเภทนี้จะช่วยให้เว็บไซต์ของ สพร. จดจำตัวเลือกต่าง ๆ ที่ท่านได้ตั้งค่าไว้และช่วยให้เว็บไซต์ส่งมอบคุณสมบัติและเนื้อหาเพิ่มเติมให้ตรงกับการใช้งานของท่านได้ เช่น ช่วยจดจำชื่อบัญชีผู้ใช้งานของท่าน หรือจดจำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าขนาดฟอนต์หรือการตั้งค่าต่าง ๆ ของหน้าเพจซึ่งท่านสามารถปรับแต่งได้ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้อาจส่งผลให้เว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
คุกกี้ประเภทนี้เป็นคุกกี้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม ซึ่งเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานและเว็บไซต์ที่ท่านได้เข้าเยี่ยมชม เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่นที่ไม่ใช่เว็บไซต์ของ สพร. ทั้งนี้ หากท่านปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะไม่ส่งผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของ สพร. แต่จะส่งผลให้การนำเสนอสินค้าหรือบริการบนเว็บไซต์อื่น ๆ ไม่สอดคล้องกับความสนใจของท่าน